กล่องเครื่องดื่มใช้แล้วอย่างชั้นมีค่ามากกว่าเศษขยะ

               ดูด…ดื่ม…ดูด…ดื่ม…ดูด…ดื่ม…แปะ!! แล้วก็นอนแอ้งแม้งอยู่ก้นถังขยะ นมวัว นมเปรี้ยว น้ำผลไม้ ชา กาแฟ เครื่องดื่มหลายหลายสายพันธุ์ทุกวันนี้นิยมบรรจุในกล่องกระดาษ โดยเฉพาะกล่องยูเอชที เพราะมีคุณสมบัติในการเก็บรักษาเครื่องดื่มให้สดใหม่ได้นานโดยไม่ต้องพึ่ง วัตถุกันเสียและตู้เย็น อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา สวยงามสะดุดตา พกพาสะดวก ส่งผลให้ปริมาณการใช้กล่องเครื่องดื่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่น่าเสียดายถ้ามันต้องมาหมดอายุไขเพียงเมื่อทำหน้าที่บรรจุภัณฑ์เสร็จ เรียบร้อย แล้วถ้าเราสามารถชุบชีวิตให้มันเกิดใหม่ได้ล่ะ

“ชมรมผู้ผลิตกล่องเครื่องดื่ม” ชื่อก็บอกอยู่โต้ง ๆ แล้วว่าชมรมนี้ก่อตั้งโดยผู้ผลิตกล่องสำหรับบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งในที่นี้เป็นความร่วมมือของ บริษัท เต็ดตร้า แพ้ค(ไทย) จำกัด และ บริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค จำกัด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ถือกำเนิดขึ้นด้วยแนวคิดที่ว่า เราทุกคนควรใช้ชีวิตโดยรบกวนสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ใน ฐานะผู้ผลิตกล่องเครื่องดื่มที่ออกสู่ตลาดมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก(เฉพาะเต็ดตร้า แพ้ค ที่เดียวก็ผลิตกล่องเครื่องดื่มป้อนทั่วโลกกว่า 135,000 ล้านกล่องในปี 2550) ได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งวงจรชีวิตของ “กล่องเครื่องดื่ม” ไม่เว้นแม้แต่การจัดการกับบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว จึงต้องการสนับสนุนให้เกิด การคัดแยกกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ซึ่งจะช่วยลดทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับการผลิตใหม่

กล่อง เครื่องดื่มประกอบด้วย กระดาษ 75% พลาสติก 20% และอลูมิเนียมฟอยล์ 5% ผนึกพลังกัน 6 ชั้น แม้ว่ากระดาษที่ใช้ทำกล่องเครื่องดื่มจะมาจากป่าปลูก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการปลูกเชิงเกษตรกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดความหลากหลาย ทางชีวภาพ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายหากในแต่ละปีกล่องเครื่องดื่มกว่า 3,000 ล้านใบต้องถูกทิ้งไปทั้ง ๆ ที่มันสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้

ความจริงแล้ว ขั้นตอนการเก็บกล่อง นั้นก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่นำกล่องเครื่องดื่มที่เราดื่มจนหมดแล้วไปล้างน้ำ เพื่อกำจัดกลิ่น จะได้เก็บไว้ได้นาน ๆ แงะมุมกล่องออกแล้วบีบให้แบน นำไปขายตามร้านที่รับซื้อ ได้ตังค์ค่าขนมเป็นค่าตอบแทน หรือนำไปทิ้งในถังคัดแยกกล่องเครื่องดื่ม(อาจจะยังหายากอยู่นิดนึง) หรือจัดส่งกล่องเครื่องดื่มไปให้ชมรมฯทางไปรษณีย์ หรือบอกต่อคนแถวบ้าน รวบรวมกล่องให้ได้เยอะ ๆ แล้วค่อยโทรเรียกให้ชมรมไปรับของแบบดิลิเวอรี่ก็ยังได้

กล่องเครื่อง ดื่มที่เข้าสู่กระบวนการชุบชีวิตจะถูกแยกร่างออกเป็นส่วน ๆ คือ ส่วนของ เยื่อกระดาษ ซึ่งเป็นเยื่อชนิดยาว มีความแข็งแรงสูง กับส่วนของ พลาสติกและฟอยล์ ซึ่งจะถูกส่งไปยังโรงงานหลอมเม็ดพลาสติก ได้วัตถุดิบทดแทนพลาสติกบริสุทธิ์ซึ่งผลิตจากน้ำมัน

หลังจากนั้นเจ้า กล่องเครื่องดื่มที่เคยไร้ค่าก็จะแปลงร่างกลายเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ให้เรา ได้ใช้งานกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นแผ่นไม้เทียมที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์เก๋ ๆ มากมาย ซึ่งนอกจากจะสวยงามมีเอกลักษณ์ มีต้นกำเนิดจากการห่วงใยสิ่งแวดล้อมแล้ว ตัวแผ่นไม้เทียมเองก็ยังปราศจากสารฟอร์มัลดีไฮด์ กาว หรือสารเคมีใด ๆ ซึ่งต่างจากแผ่น particleboard ทั่วไป เนื่องจากมีพลาสติกที่ถูกหลอมเป็นตัวยึดกระดาษและอลูมิเนียมฟอยล์ให้ติดเป็น เนื้อเดียวกัน และสามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยัง สามารถนำมาผลิตกระดาษรีไซเคิล ช่วยให้ประหยัดพลังงานไปได้ร้อยละ 55 และผลิตภัณฑ์พลาสติก เช่น ที่รองแก้ว ที่วางซีดี กระเป๋า กระถางต้นไม้ ตะกร้า ไม้แขวนเสื้อ ถังใส่น้ำ กะละมัง กล่องดินสอ ไปจนถึงกรวยสีส้มที่เราเห็นกันอยู่บนท้องถนน

ที่ผ่านมาทางชมรมฯได้จัด กิจกรรมการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของการ คัดแยกกล่องเครื่องดื่มเพื่อนำมารีไซเคิล ทั้งในโรงเรียน ชุมชน หน่วยงานที่สนใจ หรือแม้กระทั่งในวัด ผ่านการจัดนิทรรศการ การวางถังคัดแยกกล่องเครื่องดื่มตามบริเวณต่าง ๆ รวมถึงจัดตั้งเครือข่าย “แยกกล่อง ลดขยะ” ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั้งตามโรงเรียน ชุมชน หน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนร้านรับซื้อกล่องเครื่องดื่มจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

                   ใน ช่วงเฟสแรกของการดำเนินการ(ก.ย. 2548-มิ.ย.2549) ทางชมรมฯสามารถรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วจำนวน 1,998.6 กิโลกรัม แต่ล่าสุดในปี 2551 ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากหลาย ๆ ฝ่ายทำให้สามารถรวบรวมได้มากถึง 45,057 กิโลกรัม

เมื่อเร็ว ๆ นี้หลายคนคงได้ยิน “โครงการแจ๋วรักษ์โลก” ของ รายการ 30ยังแจ๋ว ที่ร่วมมือกับบริษัทเต็ดตร้า แพ้ค รณรงค์ให้ช่วยกันเก็บรวบรวมกล่องเครื่องดื่มนำมารีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นสมุด โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางหนังสือมอบให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จมาก สามารถรวบรวมกล่องเครื่องดื่มได้มากถึง 208 ตัน หรือประมาณ 21 ล้านกล่องเลยทีเดียว

จาก ข้อมูลของสถาบันการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม พบว่าปัจจุบันปริมาณขยะมูลฝอยทั่วประเทศมีจำนวน 14.6 ล้านตันต่อปี 1 ใน 3 ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมดเป็นขยะบรรจุภัณฑ์ โดยสัดส่วนของการผลิตบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดเป็นบรรจุภัณฑ์กระดาษมากที่สุด คือ 40% แต่มีการนำกลับมารีไซเคิลเพียง 19% เท่านั้น

โดย การ รีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม 1,000 กิโลกรัมนั้นเทียบเท่ากับการเซฟพื้นที่ป่าได้ถึง 150 ตารางเมตร ลดคาร์บอนได้ 900 กิโลกรัม ลดพื้นที่การจัดเก็บขยะได้ 4 ตารางเมตร

อ้างอิง : http://www.csri.or.th/    (01/02/56)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s